ทัวร์แคชเมียร์- เลห์ลาดักห์ 7 คืน 8 วัน

Book this tour

ทัวร์แคชเมียร์- เลห์ลาดักห์ 7 คืน 8 วัน

  • What´s Included
    ✅ ที่พัก 3* ✅นำเที่ยวตามโปรแกรมทุกไฮไลท์ ✅อาหารเช้าเย็น✅ไกด์ท้องถิ่น ✅รถส่วนตัวตลอดทริป ✅ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ✅ แพคเกจเริ่มตั้งแต่รับที่สนามบินเมืองแคชเมียร์ และส่งกลับที่สนามบินเลห์ในวันสุดท้าย ✅ ค่าใบอนุญาตเข้าพื้นที่พิเศษนูบร้าและ แพงกอน
    ✅ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ✅ แพคเกจเริ่มตั้งแต่รับที่สนามบินเมืองแคชเมียร์ และส่งกลับที่สนามบินเลห์ในวันสุดท้าย ✅ ค่าใบอนุญาตเข้าพื้นที่พิเศษนูบร้าและ แพงกอน ✅ ฟรีบริการยื่นวีซ่าประเภท อีวีซ่าท่องเที่ยว 30 วัน ✅ ฟรีบริการแนะนำเที่ยวบินและบริการจองตั๋ว
  • Not Included
    ❌ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ 4 เส้นทาง 1ุุ6,000-20,000 บาทแล้วแต่ช่วงการเดินทาง ❌ทิปคนขับรถ ❌อาหารกลางวัน ❌ค่ากิจกรรม (ไม่บังคับ)

แพคเกจส่วนตัว เที่ยวแคชเมียร์ Road trip ไป เลห์ลาดักห์  เริ่มต้น 7 คืน โดยพัก สองคืนที่แคชเมียร์ คาร์กิล 1 คืน และ 4 คืนที่เลห์ 

เที่ยว แคชเมียร์ และ เลห์ลาดักห์ในทริปเดียว  แพลนเดินทาง พค ถึง 15  ตุลา

เดินทางได้ตั้งแต่ 4 ท่าน หรือจะมามากหรือ มาน้อยกว่านี้ แจ้งเราได้เลยค่ะ จะจัดทำราคาให้ตามแพลนส่วนตัว

👉 7N8D ท่านละ 21,900 บาท ชมแพคเกจ คลิ๊ก
 

จัดวันเวลาได้เอง ชวนเพื่อนไปกัน หรือ สนใจทริป แคชเมียร์ หรือ ลาดักห์ หรือ มีเวลาเพิ่ม อยากจะแวะ เดลี หรือ อัครา เราก็มีบริการค่ะ แจ้งมาขอแพคเกจได้เลย

✅ ที่พัก 3*  ✅นำเที่ยวตามโปรแกรมทุกไฮไลท์ ✅อาหารเช้าเย็น✅ไกด์ท้องถิ่น ✅รถส่วนตัวตลอดทริป ✅ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ✅ แพคเกจเริ่มตั้งแต่รับที่สนามบินเมืองแคชเมียร์ และส่งกลับที่สนามบินเลห์ในวันสุดท้าย ✅   ค่าใบอนุญาตเข้าพื้นที่พิเศษนูบร้าและ แพงกอน ✅ ฟรีบริการยื่นวีซ่าประเภท อีวีซ่าท่องเที่ยว 30 วัน ✅ ฟรีบริการแนะนำเที่ยวบินและบริการจองตั๋ว ✅ ทีม support ชาวไทยประจำสำนักงานที่เมืองไทยคอยให้คำปรักษาอำนวยความสะดวกทั้งก่อนเดินทาง และตลอดการเดินทาง

package ไม่รวม
❌ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ 4 เส้นทาง 1ุุ6,000-20,000 บาทแล้วแต่ช่วงการเดินทาง
❌ทิปคนขับรถ
❌อาหารกลางวัน
❌ค่ากิจกรรม (ไม่บังคับ)
 
โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตาม ความต้องการของผู้เดินทาง 
 
ปัจจุบันมีไฟล์บินของสายการบินแอร์อินเดีย ที่มีราคาพิเศษและเวลาบินพร้อมต่อเครื่องไม่นานโปรโมชั่นเริ่มต้นอยู่ที่ท่านละประมาณ 16,000 บาท รวมขาภายในประเทศและระหว่างประเทศแล้ว แต่จะมีจำนวนที่นั่งจำกัดในราคานี้ของแต่ละไฟท์ หากลูกค้าพอจะทราบวันที่สนใจเดินทางแจ้งมาให้เราตรวจสอบราคาตั๋วให้ได้นะคะ
.....

สอบถามเพิ่มเติม จองทัวร์ ทักมาหรือโทรมาสอบถามได้ตลอดที่ 0814165552🙏 พูดคุยผ่าน line ได้ที่ LINE official @tourkashmir 
 
✨บริหารงานโดยบริษัทเลเชอร์คอนเนอร์จำกัด
✨ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 31/01092 จดทะเบียนถูกต้องในไทย🙏🥰
✈️ ฟรีบริการยื่นวีซ่า และจองตั๋วตั้งงบไว้ได้ที่ 16,000-20,000 บาททั้งสี่เส้นทาง ทั้งระหว่างประเทศและทั้งในประเทศประเทศอินเดีย
 

  รายละเอียดทริปส่วนตัว แคชเมียร์  ลาดักห์  7 คืน 8 วัน 2568

ช่วงการเดินทางอิสระ เดินทางได้ตั้งแต่ พฤษภาคม   15 ตุลาคม 2568

ราคาแพคเกจต่อท่าน (พักคู่)

เดินทาง ท่าน 

21,900

บาท

เดินทาง 6-10 ท่าน 

19,900

บาท

 

 

 

แพคเกจรวม 

  • การเดินทางโดยรถส่วนตัว พร้อมคนขับ นำเที่ยวตามเส้นทางในโปรแกรม เริ่มตั้งแต่ รับที่สนามบินศรีนคร (แคชเมียร์) จนส่งกลับ ที่สนามบิน เลห์ (ลาดักห์) ในวันสุดท้าย
  • ที่พัก 7 คืน เทียบเท่า 3* โดยจะพักแคชเมียร์ 2 คืนที่บ้านเรือ/ 1 คืนเมืองคาร์กิล/ 3 คืน เมืองเลห์ และ 1 คืน เมืองนูบร้า 
  • อาหารเช้า และเย็น บริการที่ที่พัก 
  • ไกด์ท้องถิ่นเมืองเลห์นำเที่ยวตัวเมืองเลห์ในวันที่ 5 ของการเดินทาง
  • ค่าใบอนุญาตเข้าพื้นที่พิเศษทั้งสองแห่งที่เมืองเลห์ คือ แพงกอน และ นูบร้า (Inner line Permit)
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง
  • ฟรีบริการยื่น วีซ่าประเภท อีวีซ่าท่องเที่ยว 30 วัน ปัจจุบันฟรีค่าธรรมเนียมนี้ ถึง 31 ธค 68 
  • ฟรีบริการแนะนำเที่ยวบินและบริการจองตั๋ว
  • ทีม Support ชาวไทยประจำสำนักงานที่เมืองไทยคอยประสานงาน ให้ตลอดการเดินทาง
  • โปรแกรมท่องเที่ยวตามแต่ละวันดังแสดงด้านล่าง

หมายเหตุ ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและภายในประเทศอินเดีย  รวม สี่เที่ยว เส้นทาง  ไป-กลับ สุวรรณภูมิ-เดลี /  เดลี-แคชเมียร์ และ ลาดักห์ - เดลี ประมาณ 18,000 – 22,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายการบินที่เลือกและช่วงเวลาในการเดินทาง ซึ่งทางเรายินดีบริการจองและออกตั๋วให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม เที่ยวบินที่แนะนำดังแสดงไว้แล้วในโปรแกรมทัวร์

รายละเอียดแพคเกจ การท่องเที่ยวในแต่ละวัน 

วันที่ คณะ เดินทางถึง สนามบินศรีนคร ชมสวนโมกุล ชมสาธิตวิธีการทอพรม 

 เมื่อคณะเดินทางมาถึง ถึง สนาม บิน ศรีนคร รับ กระเป๋าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรอรับ โดยโชว์ป้ายชื่อท่านที่ทางออก  นำท่านไปเที่ยวชมบรรยากาศใบไม้ผลิ ณ สวน สไตล์โมกุล  ได้แก่สวน  Shalimar, สวน  Nishat  และ Puri Mahal หรือ สวนนางฟ แล้วต่อด้วยพาทานเยี่ยมชมโรงงานทอพรมที่สืบทอดเอกลักษณ์วิธีการทอมาจากเปอร์เซีย ช่วงเย็นนำท่านกลับ เข้าที่พักใน ดีลักส์ เฮาท์โบท (บ้านเรือ) ที่พักลักษณะนี้จัดได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของการมา แคชเมียร์แห่งนี้ เพราะ เป็นบ้านพักลอยน้ำที่ภายในเป็นไม้แกะสลักอย่างสวยงาม ที่มีมาตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย นั่นคือสมัยที่อังกฤษยังปกครองอินเดีย โดยจะมีพ่อบ้าน คอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การพักในบ้านเรือ นี้ถือเป็น ไฮไลท์ของการมา แคชเมียร์เลยทีเดียว ก่อนพระอาทิตย์ตกเราจะนำท่าน ลงเรือ ชิการาจากท่าบ้านเรือที่เป็นเรือพาย มีไม้พายรูปหัวใจ หนึ่งลำจัดให้นั่งได้สี่ท่าน เพื่อล่องชมพระอาทิตย์ ตก ยามเย็น ที่ถือเป็นกิจกรรมที่ห้ามพลาดอีกหนึ่งอย่างของที่นี่  เราจะใช้เวลา หนึ่งชั่วโมงเต็มในการนั่งเรือ ชิการา ต่อด้วย ลิ้มลองอาหารเย็นในแบบโฮมเมด ที่พ่อบ้านได้จัดเตรียมไว้ให้ท่าน ณ ห้องอาหารใน บ้านเรือ  รวม : ที่พัก Princess Palace / Maharaja Palace (ดีลักห์เฮาท์โบ๊ท 3* หรือเทียบเท่า) ค่าเดินทาง อาหารเช้า อาหารเย็น ล่องเรือชิการ่า 1 ชม

 

วันที่ ศรีนคร -ปาฮัลกัมศรีนคร (ระยะทาง 90 กม)

08:30 น.  หลังจากรับประทานอารเช้าที่ห้องอาหาร เราจะนำท่านเดินทางออกจากเมือง ศรีนาคาร์ และขับขึ้นไปยังสถานที่ ที่มีชื่อว่า ปาฮัลกัม (Pahalgam) ที่ ปาฮัลกัม แห่งนี้ ตั้งอยู่บนความสูง 2,440 เมตร หรือ 7,200 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล  หากมาในช่วงฤดูร้อน จะมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งอีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ปลูกหญ้าฝรั่น (Saffron) ซึ่งเป็นพืชที่มีดอกสีม่วง และมีเกษรสีแดง ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการทำอาหาร ผสม ลงในชา มีสรรพคุณครอบจักรวาล ระหว่างทางวันนี้เราจะ ผ่านทุ่งหญ้าฝรั่น ที่ตรงนี้เป็นพื้นที่เดียวในอินเดียที่มีการปลูกพืชชนิดนี้ ใกล้กันนั้นเราจะมีโอกาสได้แวะร้านที่มีผลิตภัณฑ์จาก หญ้าฝรั่น และ ผลไม้แห้ง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สามารถซื้อหาเป็นของฝากได้ เช่น ถั่ว อัลมอนด์ วอลนัท  ที่มีคุณประโยชน์หลากหลาย และผลไม้แห้ง อื่นๆ นอกจากนี้เราจะขับผ่านทุ่งมัสตาร์ดสีเหลืองทอง ที่ชาวบ้านปลูกเพื่อนำส่วนของดอกมาทำเป็นน้ำมันปรุงอาหาร ต่อจากนั้น นำท่านแวะทานน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดจากสวน ซึ่งเป็น สวนแอปเปิ้ลของ ชาวบ้าน อยู่รายเรียงระหว่างทาง ซึ่งแต่ละปีจะออกผลพร้อมเก็บเกี่ยวตั้งแต่ ปลาย สิงหาคม ไปจนถึง พฤษจิกายน ของทุกปี ที่แคชเมียร์จะเป็นแหล่งปลูกแอปเปิ้ลแหล่งใหญ่ส่งไปจำหน่ายทั่วอินเดีย จากนั้นจะเดินทางต่อไปถึงที่ Pahalgam  หรือที่เรียกว่า หุบเขาแห่งธารสวรรค์ ท่านจะได้ เพลิดเพลินไปกับเสน่ห์แห่งธรรมชาติของหุบเขาแห่งนี้ ที่นี้จะเป็นหุบเขาที่โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย ป่าสนเขียวสด  เป็นฉากในหนังบอลลีวูดหลายต่อหลายเรื่อง เมื่อมาถึงที่นี่ เราจะจัดรถจิ๊บ นำท่านขึ้นไป ยังหุบเขาที่ที่มีชื่อว่า Bataab Valley (ห่างจาก Palhalgam 15 km) เพื่อชมธารนำเขียวมรกตซึ่งสีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามแต่ฤดู เป็นธารน้ำที่ละลายมาจากหิมะบนยอดเขา ซึ่งท่านจะได้ชมความงามของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จะมีชาวบ้านนำแพะภูเขามาให้เราได้ถ่ายรูปด้วย เป็นแพะ ที่ชาวบ้านนำขนของมันมาทำผ้าทอ pashmina ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกในเรื่องของผ้าพันคอที่ให้ความอบอุ่น (อาจมีให้ทิปให้เจ้าของแกะเล็กๆน้อยๆ หลังจากเต็มอิ่มกับการชมทัศนียภาพ บ่ายแก่ๆ เราจะนำท่านกลับเข้าตัวเมืองศรีนคร รับประทานอาหารเย็น และ พักผ่อนตามอัธยาศัยต่อไป

รวม : ที่พัก Princess Palace Houseboat 3* หรือเทียบเท่า ค่าเดินทางค่ารถท้องถิ่นขึ้นไป Bataab Valley อาหารเช้า อาหารเย็น ค่าเดินทาง ค่าผ่านทาง 

 

วันที่ ศรีนคร โซนามารค์ พัก Kargil       

เวลา 08:00 . หลังจากรับประทานอาหารเราจะเช็คเอาท์ ออกจาก ที่พัก เราจะออกเดินทางไป โซนามารค์  เป็นสถานที่ที่มีความสูง 2,700 เมตร จากระดับน้ำทะเล  (เดินทาง82 กม/ โดยใช้เวลาประมาณ สองชั่วโมงครึ่ง) เมื่อไปถึง ท่านสามารถเดินชมวิวบรรยากาศโดยรอบ Sonamarg เมืองในหุบเขาแห่งนี้ที่นี่มีความหมายว่า ทุ่งหญ้าสีทอง มีภูเขาสูงและฟ้าสีน้ำเงินสวยเป็นฉากหลังที่งดงาม ในแม่น้ำ สินธุ (Sindh) เมื่อไปถึงท่านสามารถเลือกทำกิจกรรมขี่ม้า (แนะนำ) เข้าไปชมกราเซียร์น้ำแข็ง (ค่าใช้จ่ายส่วนตัวประมาณ 2,200 รูปี ต่อท่าน หรือประมาณ 1,000 บาท) ใช้เวลาขี่ม้าชมความงามของเทือกเขาหิมาลัย จากหลังมา (นั่งม้ามีคนจูงและหนึ่งคนจูงจะดูแลม้า 2-3 ตัว) ชมกราเซียร์ ธารน้ำแข็ง Thajiwas ที่ละลายละลายลงมาจากหิมะ ที่ Sonamarg แห่งนี้ที่นี่มีความหมายว่า ทุ่งหญ้าสีทอง มีภูเขาสูงและฟ้าสีน้ำเงินสวยเป็นฉากหลังที่งดงาม ในแม่น้ำ Sindh  ในช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูร้าน ที่นี่จะดึงดูดผู้คนมากมายให้มาชมในแต่ละปี (ใช้เวลานั่งม้า ไปกลับ แวะถ่ายรูปทิวทัศน์ ประมาณ สองชั่วโมงครึ่งจากนั้น เวลา 15:00 น เราจะเดินทางต่อไปเมือง Kargil  (ระยะทาง 130 km หรือ ประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที  โดยจะผ่านเส้นทางถนนที่ชื่อ Zoji-La Pass ที่เป็น ถนนเส้นที่ จะเปิดให้สันจร เฉพาะ เดือน พฤษภาคม ถึง ตุลาคม และ จะถูกปิดในช่วงฤดูหนาว เพราะ ถนนเส้นนี้ตั้งอยู่ในเมือง Dras ที่ซึ่งหนาวเย็นตลอดทั้งปีและช่วงฤดูหนาว หิมะจะตกหนัก และหนาวเย็นมาก ที่นี่จะมีสถานที่ที่เรียกว่า Zero Point  (ตั้งอยู่15,300 ฟุต เหนือน้ำทะเล) ที่จะรู้สึกได้ถึงอากาศที่หนาวเย็นซึ่งจะมีหิมะปกคลุมได้ตลอดทั้งปี ผ่าน Kargil War Memoral (อนุสรณ์สถานสงครามอินเดีย และ ปากีสถานที่เกิดขึ้นในเมือง Dras ในปี คศ 1999 ที่อินเดียเป็นผู้ชนะเราอาจจะได้ถ่ายรูปจากด้านนอก เพราะ เวลาที่เราไปถึงอาจเป็นเวลาที่สถานที่ปิดทำการแล้ว เมื่อเดินทางไปถึง เมือง คาร์กิลเราจะเข้าที่พัก ทานอาหารเย็น และ ค้างคืนที่นี่ เป็นคืนที่สามก่อน ที่จะ ออก เดินทางมุ่งหน้าไปเมืองเลห์ ในวันรุ่งขึ้น

รวม : พัก Rangyul Resort Kargil 3*  หรือเทียบเท่า ค่าเดินทาง  ค่าผ่านทาง อาหารเช้า อาหารเย็น (ไม่รวมค่าขี่ม้าเนื่องจากเป็นกิจกรรมอิสระ ประมาณ 2,200 รูปี หรือ 1,000 บาท และ ทิปคนจูงม้า แนะนำ 300 รูปี หรือ 150 บาท)

วันที่ 4 Kargil – ลาดักห์ (Leh) ระยะทาง 340 กม – 7 ชม 30 นาที     เวลา 08:30 หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เราจะออกเดินทางมุ่งหน้าไป ลาดักห์โดยผ่านเส้นทางที่ล้อมรอบไปด้วย เทือกเขาหิมาลัยที่มีความสวยงามแปลกตาในทุกๆมุม เราจะขับรถไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ แวะจุดท่องเที่ยวเพื่อให้ท่านได้เก็บภาพประทับใจ สถานที่สวยงามต่างๆที่เราจะได้สัมผัสในวันนี้ ได้แก่ Namikala view point , Fotula Top View point (จุดสูงสุดบนเส้นทางถนน เลห์-ศรีนาคาร์ 4,118 m), Moonland View Point (ทางผ่านที่จะเห็นภูเขาที่มีพื้นผิวคล้ายผิวดวงจันทร์) วัด Lamayuru , Sangam View point (Nimmu จุดที่บรรจบกันของแม่น้ำสองสาย สินธุและ ซันสกา) Magnetic Hill (เนินมหัศจรรย์ มองเสมือนเป็นภาพลวงตาว่ามีแรงโน้มถ่วงไม่ให้รถไหลแม้รถจะอยู่ในเกียร์ว่าง)และเดินทาง ต่อไปจนถึงที่พักเมืองเลห์ และเข้าเช็คอิน ทานอาหารค่ำ พักผ่อนตามอัทยาศัย หลังจากคนขับรถส่งเราเข้าที่พักแล้วเราจะทำการบอกลา คนขับรถจากแคชเมียร์ (กรุณาเตรียมทิป สำหรับคนขับรถมากน้อยตามความพอใจ แนะนำ 500 รูปี ต่อท่าน หรือประมาณ 250 บาท) เพราะในวันรุ่งขึ้นเราจะใช้รถที่เตรียมไว้สำหรับท่องเที่ยวในเมืองเลห์ ซึ่งเป็นรถ 12 ที่นั่ง เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวในเลห์  ค่ำนี้ เราเจ้าหน้าที่จาก โรงแรมจะขอพาสปอร์ท ของทุกท่าน เพื่อที่เราจะดำเนินการยื่นเรื่องขอเอกสารผ่านทาง เพื่อเข้าไป ทะเลสาบแพงกอน และ นูบร้าวัลเลห์ให้กับท่าน (Inner line Permit รวมในค่าทัวร์) และ จะคืนกลับให้ท่านหลัง ดำเนินเรื่องเรียบร้อย 

 รวม : ที่พัก Kuzey Resort 3* หรือเทียบเท่า ค่าเดินทาง ค่าผ่านทาง อาหารเช้า อาหารเย็น 

 

วันที่ 5 ลาดักห์ (Ladahk) เที่ยวชมเมืองเลห์ (Leh) 

เวลา 08:30 หลังรับประทานอาหารเช้าเราจะเริ่มต้นด้วยการพาท่านไปเที่ยวชมสถานที่เที่ยวในเมืองลาดักห์ได้แก่  พระราชวัง “Shey Palace” เป็นพระราชวังที่เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์ แห่งลาดักห์กำแพงของวังถูฉาบด้วยทองคำผสมกับทองแดงภายในพระราชวังเป็นที่ประทับของรูปปั้นพระศากยมุนีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้“Thiksey Monastery” วัดแห่งนี้ เป็นวัดทิเบต อยู่ห่างไป 19 กิโล ทางตะวันออกของเมืองเลห์ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างจากพระราชวังโปตาลานทิเบตเป็นต้นแบบ วัด Thiksey สร้างอยู่บนยอดเขาประกอบด้วยกลุ่มอาคาร 12 ชั้น เป็นวัดขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง รองลงมาจากวัด Hemis ต่อด้วยLeh Palace” พระราชวังเลห์ เป็นพระราชวังตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ สร้างในปี พศ 2173 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบตคือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน  “Shanti Stupa” ที่ ตั้งอยู่บนยอดเขา Chanspa   เป็นเจดีย์สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่น ภายในบรรจุองค์ พระสารีริกธาตุและเป็นจุดชมวิว 360 องศา รอบเมืองเลห์ และเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และ พระอาทิตย์ตกในตัวเมือง เลห์ องค์เจดีย์เป็นทรงระฆังคว้ำ สีขาวโพลน จากนั้นเราจะ นำท่านแวะเดินเล่นตลาดเมืองเลห์ ก่อนกลับเข้าที่พัก ทานอาหารเย็นและพักผ่อนตามอัธยาศัย

รวม : ที่พัก Kuzey Resort 3* หรือเทียบเท่า ค่าเดินทาง ค่าผ่านทาง  อาหารเช้า อาหารเย็น

 

วันที่ 6 เมืองเลห์ (Leh) –Khardung La Pass – Nubra Valley 160 กม 4 - 5 ชม)

เวลา 08:30 หลังรับประทานอาหารเช้า เราจะเช็คเอาท์และ มุ่งหน้า สู่นูบร้าวัลเลห์ โดย ผ่านเส้นทาง “Khardung La Pass” ที่เป็นเส้นทางถนนที่สูงที่ สุดในโลกที่รถสามารถวิ่งได้ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงราว 5,600 เมตร เหนือระดับนํ้าทะเล ด้วยความสูงระดับนี้ทำให้ถนนสายนี้ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน ตลอดทั้งปี เป็นจุดเช็คอินที่สำคัญที่เมืองเลห์ จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถานได้เลย  เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ ห้า ชั่วโมงเพื่อมาถึง Nubra Valley “Nubra Valle”  หมายถึงหุบเขาแห่งดอกไม้ เป็นแหล่งปลูก Apricot และผลไม้หลากหลายของลาดัก เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด อยู่ห่างจากเลห์ไปทางเหนือ โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัม (Karakoram Range) ซึ่งเทือกเขาคาราโครัมนี้ เป็นเขตแดนตามธรรมชาติกั้นอินเดียกับปากีสถาน ที่น่าประหลาดใจคือ ที่นี่จะมีทะเลทรายอีกด้วย ชื่อว่า ทะเลทรายสีเงิน ( Silver sand dune ) กิจกรรมขี่อูฐเป็นกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่ (ค่าใช้จ่ายส่วนตัว) ประมาณ 300 รูปี นั่งอูฐเป็นระยะทางสั้นๆ ประมาณ 20 นาที ตรงนี้ ยังมีกิจกรรม อื่นๆ เช่น ยิงธนูให้ท่านได้ทดสอบฝีมืออีกด้วย ก่อนจะนำท่านเข้าเช็คอินที่พักทานอาหารแย็นและค้างแรมกันที่นี่ในคืนนี้ 

รวม : ที่พัก Sha Cho Guesthouse, Entry Permit เข้า Nubra Valley หรือ ค่าผ่านทาง ค่าเดินทาง อาหารเช้า อาหารเย็น

วันที่  7 Nubra Valley – Pangon Lake 162 กม – 5 ชม - Leh 

08:00 hrs หลังจากรับประทานอาหาร ชมบรรยากาศโดยรอบ เราจะเช็คเอาท์ แล้ว พาท่าน เยี่ยมชม วัด Diskit (3,144 m)  ที่ตั้งอยู่ในหุบเขานูบร้า เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี พศ 1963 ในอดีตเป็นศูนย์กลางการชุมนุมของผู้ที่เดินทางไกลบนเส้นทางสายไหมเป็นจุดแวะพักในช่วงฤดูหนาวที่การสันจรถูกตัดขาด ที่นี่มีรูปปั้นองค์ศรีอารยเมตไตรย์องค์ใหญ่ ให้ท่านชาวพุทธได้สักการะ และเป็นจุดชมวิว เมืองนูบร้า ก่อนกลับซึ่งจะเห็นวิวพาโนรามา 360 องศา  ต่อจากนั้นจะนำท่านออกเดินทางไป ยังทะเลสาปน้ำเค็มที่มีชื่อว่า  Pangon Lake โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 4- 5 ชั่วโมง เมื่อไปถึงทุกคนต่างต้องทึ่งกับสีน้ำเงินเข้มของทะเลสาบแพงกอนที่มี ขนาดใหญ่กินพื้นที่ 2 ประเทศ คือ อินเดีย และจีน (ทิเบต) สูงจากระดับน้ำทะเล 4,320 เมตร ซึ่งสีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของแสงอาทิตย์แต่จะสวยงามที่สุดในตอนเย็นเพราะจะทำให้น้ำในทะเลสาบเป็นสีน้ำเงินเข้มและส่องแสงระยิบระยับและจะเปลี่ยนสีไปตามแต่ละห้วงเวลา ทะเลสาบแห่งนี้ มีความยาวถึง 134 กิโลเมตร กว้าง 5 กิโลเมตร 75% อยู่ในประเทศจีน (ทิเบต) อีก 25% อยู่ในอินเดีย เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก ที่แห่งนี้ เป็นทีนิยม หลังจากปี 2009 ที่มีหนัง Bollywood เรื่อง 3 Idiots มาถ่ายทำจึงทำให้สถานที่แห่งนี้โด่งดังชั่วข้ามคืนดึงเป็นแหล่ง ดูดนักท่องเที่ยวในประเทศให้มาเยือน 

ในฤดูหนาวทะเลสาบที่นี่จะหนาวมาก น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่ง จะปิดรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ กลางเดือน ตุลา ไปจนถึง เมษายน ของทุกปี ที่พัก จะถูกรื้อถอนในช่วงฤดูหนาวและจะถูกสร้างกลับขึ้นมาใหม่ หลังฤดูหนาวสิ้นสุดลง หลังจากเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบ เราจะนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเลห์ ระยะทางจากทะเลสาบแพงกองไปเลห์ อาจจะดูไม่ไกลมากนักแต่ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 ชม. โดยวันนี้เราจะ ผ่านเส้นทางถนนที่มีชื่อว่า ชังลา พาส (Chang La Pass) ถนนที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,425 เมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ระหว่างทางจะเห็นวิวภูเขาสูงสลับทุ่งหญ้า เห็นฝูงสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงตามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น จามรี ม้า แพะ และวัว ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเลห์  จะค้างที่นี่เป็นคืนสุดท้าย

รวม : Entry Permit Pangong Lake หรือ ค่าผ่านทาง ที่พัก Kuzey Resort 3* หรือเทียบเท่า ค่าเดินทาง ค่าผ่านทาง อาหารเช้า อาหารเย็น 

 

วันที่ 8 เลห์ -   Airport วันสุดท้ายของทริป 

หลังจากที่ท่านได้รับประทานอาหารเช้าแล้ว เราจะนำท่านเช็คเอาท์จากที่พัก เดินทางไปยังสนามบิน เลห์ เพื่อส่งท่านกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ต่อไป 

รวม : รถรับส่งสนามบินที่เลห์ อาหารเช้า บริการที่ที่พัก 

 

การจอง และ เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง 

  1. ชำระเงินจอง ท่านละ 8,000 บาท ยอดที่เหลือชำระ 45 วันก่อนการเดินทาง
  2. แจ้งยกเลิก หลังรับชำระเงินมัดจำ เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 8,000 บาท
  3.  แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 30 วันก่อนเดินทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ชำระมัดจำ ผ่านบัญชี บริษัท เลเชอร์คอนเนอร์ จำกัด บัญชีกสิกรไทย เลขที่ 0553710758  (ทางเราไม่มีนโยบายรับชำระโดยผ่านบัญชีบุคคล) หรือ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการจอง หรือ สอบถาม รายละเอียดได้ที่ LINE ID : @tourkashmir  หรือ โทรสายด่วน  0819706495 ซาร่า

ค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมใน แพคเกจ

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและภายในประเทศอินเดีย   รวม สี่ เที่ยว ประมาณ 18,000 – 22,000 บาท 

  • กิจกรรมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากระบุไว้ในรายการ 

  • ค่าอาหารกลางวัน เนื่องจากเราจะออกเดินทางทั้งวัน เราจะพาท่านทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรมใกล้สถานที่ท่องเที่ยว แนวภัตตาคาร ที่ลาดักห์บางช่วงอาจเป็นร้านเล็กๆ ท่านสามารถเลือกเมนูรับประทานอาหารกลางวันได้อย่างอิสระ จึงขออนุญาติไม่นำมารวมในเพคเกจ ราคารเฉลี่ย ต่อมื้อจะอยู่ที่ประมาณ 100 – 200 บาท  ในทริปนี้เนื่องจาก การเดินทางเราไปถึงสองเมืองใหญ่ในเวลา 9 วันดังนั้นโปรแกรมจะค่อนข้างแน่นและเป็นทริปท่องเที่ยวโดยรถเวลาในการรับประทานอาหารกลางวันอาจไม่แน่นอนนักและอาจใช้เวลาทานอาหารกลางวันได้ไม่นานในแต่ละวัน

  • ทิปสำหรับไกด์ท้องถิ่น ที่คอยดูแลท่านที่แคชเมียร์ 500 – 800 รูปี หรือ ราว 250-400 บาท

  • ทิปสำหรับคนขับรถที่บริการท่านในแคชเมียร์ แนะนำ ท่านละ 500 รูปี หรือ ประมาณ 250 บาท 

  • ทิปสำหรับคนขับรถที่บริการท่านในลาดักห์ แนะนำ ท่านละ 500 รูปี หรือ ประมาณ 250 บาท 

  • ทิป สำหรับ คนพายเรือชิการ่า คนละ 50 รูปี  หรือ ลำละ 200 รูปี 1 ลำ นั่งได้สี่ถึงห้า ท่าน 

  • ทิป สำหรับ พ่อบ้าน บ้านเรือ และเด็กยกกระเป๋าแต่ละที่ (แล้วแต่ความพอใจ) แนะนำ ท่านละ 300 รูปีต่อท่าน สำหรับพ่อบ้าน และ 100 รูปีต่อท่านสำหรับเด็กยกกระเป๋า
  • ในกรณีท่านเลือกทำกิจกรรมขี่ม้านอกเหนือจากค่าขี่ม้าท่านละ 1,000 บาทแล้วจะมีทิป สำหรับคนจูงม้า แนะนำ 200-300 รูปี (45 บาท เท่ากับ 100 รูปี)

  • ค่าซิมการด์ สำหรับใช้ช่วงอยู่แคชเมียร์ และลาดักห์ ซิมละ 750 รูปี (หากต้องการ)
  • กิจกรรมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากระบุไว้ในรายการ เช่น ค่า ขี่อูฐที่นูบร้า วัลเลย์ ท่านละ 300 รูปี หรือราวๆ 150 บาท

หมายเหตุเพิ่มเติม

  • ค่าทัวร์รวม ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
  • บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้ เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอินเดียไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯไม่ สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงานจลาจลการล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน
  • บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โปรแกรมและ รายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะอากาศ และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถ คาดการณ์ล่วงหน้าอย่างไรก็ตาม

บริษัทจะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสาคัญ หากผู้ร่วมเดินทาง ไม่ร่วมกิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่งถือว่า ผู้เดินทางทำโดยสมัครใจและจะไม่เรียกร้องเงินคืนในส่วนของกิจกรรมนั้นๆที่ ไม่ได้เข้าร่วม

  • ในกรณีที่แพคเกจมีการ รวมค่าตั๋ว การออกตั๋วไปแล้ว ตั๋วไม่สามารถคืนเงินได้ ในทุกกรณี เนื่องจาก เป็นตั๋วราคาพิเศษ และ ราคานี้ เป็นราคาที่ คิดมาจากราคาตั๋วในปัจจุบัน หาก ราคาตั๋วมีการปรับขึ้น จะเป็นผลให้ราคาทัวร์ มีการปรับขึ้นด้วย
  • ที่พักที่ นูบร้า อาจไม่สะดวกมากนักในเรื่องของการใช้น้ำ และเครื่องทำความอุ่น (จำกัดการใช้เป็นเวลา) เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ห่างไกลจากเมือง และ ไฟฟ้า ยังคงใช้เครื่องปั่นไฟ และแผงโซล่าเซล ทั้งนี้ทั้งนั้นที่พักที่เราจัดให้ถือเป็นที่พักมาตรฐานตามสถานที่นั้นๆ มีห้องน้ำ ในตัวทุกที่ และมีเครื่องกันหนาวที่อบอุ่นเพียงพอ
  • ในช่วงที่เดินทาง ไปเลห์ จาก แคชเมียร์ และ เดินทาง จาก ตัวเมืองเลห์ ไป นูบร้า และ แพงกอน ระหว่างทาง เราจะแวะห้องน้ำ ที่ร้านอาหาร หากแต่ ท่านไหน มีความจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำ ระหว่างการเดินทาง จะมีห้องน้ำ สาธารณะลักษณะ เป็นส้วมหลุมอาจไม่สะอาดมากนัก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพก ทิชชุเปียก ติดตัวไปด้วย
  • เมื่อท่านทำการชำระมัดจำโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกประการ 
  • การเตรียมร่างกาย เมื่อ เดินทางไปเลห์  เลห์ ลาดักอยู่เหนือระดับน้ำทะเล  3,500-5,500 เมตร อากาศในพื่นที่นี้จะเบาบางมาก อ๊อกซิเจนจะมีน้อยกว่าปรกติ จึงทำให้นักท่องเที่ยว ที่ร่างกายไม่คุ้นชินเหนื่อยง่ายหายใจลำบากหากดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจทำให้เลือดข้นส่งผลให้สูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มที่ จึงเกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้ซึ่งเป็นอาการที่แสดงออกมาได้ในสถานที่ที่มีอากาศเบาบาง หรือที่เรียกว่าโรคแพ้ความสูง นักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นราบ ที่ไม่มีเวลาปล่อยให้ร่างกายคุ้นชินอาจเกิดอาการเหนื่อยง่ายได้ แต่การเดินทางของทริปเรานั้น เราจะเดินทางโดยรถจากที่ต่ำกว่า (แคชเมียร์) ไป ที่สูงกว่า (ลาดักห์) โดย รถจะไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ ร่างกายจะปรับสภาพ โดยอัตโนมัติต่างจาก การบินไปลงโดยตรง การนั่งรถไต่ระดับไป จะ ทำให้ร่างกายเราสามารถปรับตัวได้ดี โอกาศเกินอาการแพ้ความสูงอาจเกิดขึ้นได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับการการเดินทาง ไปเลห์โดยเครื่องบิน  ซึ่งการบินไปลงเลห์ โดยตรงนั้นจำเป็นต้องให้ร่างกาย ได้นอนพักปรับสภาพ 4-5 ชั่ว โมงก่อนเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ ในการจัดทริปของเราเป็นทริปสบายๆ  ไม่เร่งรีบ เมื่อไปถึงเลห์ จะ เที่ยวอยู่ในเลห์ ชมสถานที่ท่องเที่ยว ในตัวเมืองก่อนเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ก่อนที่จะเดินทางต่อไป ะเลสาบแพงกอง หรือ นูบร้าที่เป็นพื้นที่ที่สูงขึ้นไป ในกรณีเกิดอาการเวียนศรีษะ กับเรานั่นหมายความว่า เรา ขาดการดื่มน้ำ แก้ได้โดยการ จิบน้ำ ทุกๆ สองถึงสามชั่วโมงเพื่อเลือดในร่างกายจะได้ไหลเวียนสะดวก (น้ำคือออกซิเจนธรรมชาติที่ดีที่สุด) หากปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เลือดอาจจะข้นมีโอกาสเกิดอาการ เวียนศรีษะ ได้หรือ ที่เรียกว่าโรคแพ้ความสูง ค่ะ ในการเดินทางในเลห์ เราจะมีออกซิเจน ถังรวม ติดไว้ในรถ เพื่อให้บริการตลอดทริปค่ะ